September 20, 2021

Warning: sprintf(): Too few arguments in /home/customer/www/tryit.me/public_html/wp-content/themes/newsphere/lib/breadcrumb-trail/inc/breadcrumbs.php on line 254

เราเป็นคนใช้หรือถูกโซเซียลมีเดียใช้ประโยชน์

1 min read
เราเป็นคนใช้หรือถูกโซเซียลมีเดียใช้ประโยชน์ เทรนใหม่ ไลฟ์สไตล์ ข่าวสาร ความรู้ ความบันเทิงกีฬา

Facebook ได้ร่วมมือกับบริษัทรับขุดข้อมูลหลายแห่งเพื่อใช้ข้อมูลของลูกค้าเป็นพื้นฐานสำหรับการโฆษณาที่ตรงเป้าหมาย

         ปัจจุบันโซเซียลมีเดียถูกมองในหลายด้าน ตั้งแต่ความง่ายในการใช้งาน, ความสามารถ, ความไม่เท่าเทียมกันของข้อมูล, ความน่าเชื่อถือของข้อมูล, ผลกระทบของการใช้งานต่อสมาธิของผู้ใช้งาน เนื้อหาและความหมายของการโต้ตอบที่สร้างขึ้นโดยโซเซียลมีเดีย

         โซเซียลเน็ตเวิร์คถูกวิจารณ์ถึงความสามารถในการทำงานร่วมกันที่ไม่ดีนักระหว่างแพลตฟอร์ม ไปจนถึงการสร้างคลังข้อมูลในแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียเพียงรายเดียว อย่างไรก็ตามยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าโซเซียลมีเดียมีผลในเชิงบวก เช่น การเปิดโอกาสให้ใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างเสรี

ในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้บุคคลทั่วไปโฆษณาตัวเองและสร้างมิตรภาพกับผู้คน มีคนตั้งข้อสังเกตว่าคำว่าโซเซียลมีเดียไม่สามารถอธิบายถึงคุณลักษณะทางสังคมโดยเทคโนโลยีของแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว ดังนั้นระดับความเป็นกันเองควรถูกกำหนดโดยการแสดงออกโดยแท้จริงของผู้ใช้งาน

         ปัจจุบันในสังคมการพูดจาโต้ตอบกันแบบตัวต่อตัวลดลงมาก เนื่องจากมีการนำแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียเข้ามาใช้มากขึ้น พร้อมกับการเกิดขึ้นของภัยคุกคามจากการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตและการล่วงละเมิดทางเพศทางออนไลน์ที่แพร่หลายมากขึ้น

โซเซียลมีเดียอาจทำให้เด็กๆ ได้เห็นภาพแอลกอฮอล์ ยาสูบและพฤติกรรมทางเพศ การกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต มีข้อสรุปที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าบุคคลที่ไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตมักจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าบุคคลที่เคยถูกรังแกทางออนไลน์

         Twitter คือเป้าหมายของนักการตลาดมากขึ้นโดยมีจุดประสงค์ที่เน้นไปที่การดึงดูดผู้ติดตามจำนวนมาก รวมถึงการใช้สคริปต์ขั้นสูงและเทคนิคการจัดการที่บิดเบือนแนวความคิดเดิมของโซเซียลมีเดีย และการลดคุณค่าความไว้วางใจของมนุษย์ด้วยกัน ภายใต้กฎเหล่านี้วิธีเดียวที่จะมีอำนาจเหนือกว่าก็คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่มีที่สิ้นสุดและทฤษฎีนี้ยังเกี่ยวพันธ์กับปัญหาความยุติธรรมในโซเซียลมีเดียด้วย

ความน่าเชื่อถือของโซเซียลมีเดีย

         โซเซียลมีเดียถูกมองว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือโดยผู้คนจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น การติดต่อกันระหว่างบุคคลอย่างต่อเนื่องบนโซเซียลมีเดียอาจทำให้ผู้คนเห็นความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล นักการตลาดสามารถใช้ประโยชน์จากความไว้วางใจนี้ได้ โดยใช้เนื้อหาที่ผู้บริโภคสร้างขึ้นเองเกี่ยวกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์เพื่อมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของสาธารณชน

         ความน่าเชื่อถือของข้อมูลสามารถยืนยันได้โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผู้ใช้โซเซียลมีเดียบางส่วนเริ่มใช้วิธีการนี้ ข้อมูลที่อับโหลดไปยัง Twitter อาจมีความเกี่ยวข้องเพียงเล็กน้อยกับผู้คนจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้งาน การออกแบบของ Twitter เองทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะบรรจุบริบทให้ได้ถึง 140 ตัวอักษร

อคติอื่นๆ ทั้งหลายต่อ Twitter ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม ในประเทศอิหร่านคนส่วนใหญ่ที่ใช้โซเซียลมีเดียเป็นคนหนุ่มสาวที่คุ้นเคยวัฒนธรรมตะวันตกเป็นมิตรกับเทคโนโลยีและใช้ iPod ซึ่งเป็นผู้ที่ใช้ Twitter บ่อยที่สุด แต่พวกเขาเป็นส่วนเพียงเล็กๆ และเป็นส่วนผิดปกติอย่างยิ่งของประชากรอิหร่านทั้งหมด จำนวนผู้ใช้ Twitter ในอิหร่านซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้คนมากกว่าเจ็ดสิบล้านคนมีประมาณไม่ถึงสองหมื่นคน

         ในทางตรงกันข้ามในสหรัฐอเมริกาที่เป็นต้นกำเนิดของ Twitter มีบัญชีโซเซียลมีเดียอยู่ 306 ล้านบัญชีในปี 2012

         ศาสตราจารย์ Matthew Auer แห่ง Bates College ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับจุดประสงค์ดั้งเดิมที่ว่าโซเซียลมีเดียที่เปิดกว้างสำหรับการมีส่วนร่วม นอกจากนี้เขายังคาดเดาว่าการเกิดขึ้นของ การต่อต้านโซเซียลมีเดียเป็น “เครื่องมือในการควบคุมที่บริสุทธิ์”

การเก็บเกี่ยวข้อมูลของโซเซียลมีดีย

         การขุดข้อมูลในโซเซียลมีเดีย (Social Media Mining) เป็นเทคนิคในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตรวจจับรูปแบบ เป็นกระบวนการในการเป็นตัวแทนทำการวิเคราะห์และแยกรูปแบบที่สามารถนำไปใช้ได้จริงจากข้อมูลที่รวบรวมจากกิจกรรมของผู้คนบนโซเซียลมีเดีย Google มีวิธีขุดข้อมูลได้หลายวิธีรวมถึงการใช้อัลกอริทึมใน Gmail เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลในอีเมล์ การใช้ข้อมูลนี้จะส่งผลต่อประเภทของโฆษณาที่แสดงต่อผู้ใช้เมื่อพวกเขาใช้งาน Gmail

         Facebook ได้ร่วมมือกับบริษัทรับขุดข้อมูลหลายแห่งเพื่อใช้ข้อมูลของลูกค้าเป็นพื้นฐานสำหรับการโฆษณาที่ตรงเป้าหมาย ข้อมูลจำนวนมหาศาลจากแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยด้านจักรกลการเรียนรู้ (Machine Learning) ดึงข้อมูลเชิงลึกและสร้างคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ได้

         มีคำถามทางจริยธรรมเกี่ยวกับขอบเขตที่บริษัทควรใช้ประโยชน์จากข้อมูลของผู้ใช้ที่เรียกว่าบิ๊กดาต้า (Big Data) ที่ผู้ใช้มักจะคลิกยอมรับข้อตกลงเงื่อนไขการใช้งานเมื่อสมัครใช้งานบนแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดีย และพวกเขาไม่ทราบว่าบริษัทต่างๆ จะนำข้อมูลของตนไปใช้อย่างไร สิ่งนี้นำไปสู่คำถามเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการเฝ้าระวังเมื่อมีการบันทึกข้อมูล     ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์บางแห่งได้เพิ่มเวลาในการบันทึกและการติดแท็กตำแหน่งที่ช่วยให้บริบทของข้อมูลที่ให้มีความแม่นยำมากขึ้น

         เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2018 ในการพิจารณาคดีที่จัดขึ้นที่สภาคองเกรสเพื่อสอบสวนการเปิดเผยการเก็บเกี่ยวข้อมูลในโซเซียลมีเดียโดย Cambridge Analytica โดย Mark Zuckerberg ผู้บริหารระดับสูงของ Facebook ได้ตอบคำถามจากวุฒิสมาชิกในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่ความเป็นส่วนตัวไปจนถึงรูปแบบธุรกิจของบริษัทและการจัดการที่ไม่ถูกต้องของของข้อมูล

         นอกจากนี้ Zuckerberg ยังถูกกดดันให้อธิบายวิธีการที่พันธมิตรของ Facebook ที่เป็นบุคคลที่สามสามารถรับทราบข้อมูลในโซเซียลมีเดียโดยที่ผู้ใช้งาน Facebook ไม่ทราบ นอกจากนี้ฝ่ายนิติบัญญัติยังเล่นงานผู้บริหารวัย 33 ปีเกี่ยวกับการแพร่กระจายของข่าวปลอมบน Facebook รวมถึงการแทรกแซงของรัสเซียระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2016 และการเซ็นเซอร์ต่อสื่ออนุรักษ์นิยมด้วย

เครดิตภาพ Kapook, Wynnsoft, Smethailandclub

#รู้ทัน โซเซียลมีเดีย #ภัยแฝง โซเซียลมีเดีย #ใช้โซเซียลมีเดียให้ถูกวิธี